เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยืนยันว่า ภรรยาและบุตรสาววัย 1 ขวบของชายที่เสียชีวิตเพราะติดเชื้ออีโบลา ตรวจพบว่าติดเชื้ออีโบลาเช่นกัน เป็นการติดเชื้อจากคนสู่คนที่พบเป็นครั้งแรกในเมืองโกมาที่มีพรมแดนติดกับรวันดา

ชายคนนี้วัย 40 ปีเศษ เป็นคนงานเหมืองที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดทางตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่เคยมีผู้ติดเชื้ออีโบลา องค์การอนามัยโลกสันนิษฐานว่า น่าจะติดเชื้อระหว่างเดินทางหลายวันเพราะนั่งรถรับจ้างผ่านพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น เขากลับถึงบ้านวันที่ 13 กรกฎาคม เริ่มแสดงอาการวันที่ 22 กรกฎาคม และเสียชีวิตวันที่ 31 กรกฎาคม โดยพักรักษาตัวที่บ้านขณะไม่สบาย ทำเนียบประธานาธิบดีแถลงว่า ครอบครัวใหญ่ของเขามีความเสี่ยงสูงมากและถูกกักตัวตรวจแล้ว แพทย์ผู้ประสานงานอีโบลาในจังหวัดคีวูเหนือแจ้งยืนยันในเวลาต่อมาว่า บุตรสาววัย 1 ขวบติดเชื้ออีโบลา จากนั้นแจ้งในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาว่าภรรยาติดเชื้อเช่นกัน คณะกรรมการช่วยเหลือและกู้ภัยนานาชาติเตือนว่า เป็นครั้งแรกที่พบการติดเชื้อจากคนสู่คนในเมืองโกมา และคาดว่าจะพบเพิ่มอีก

สถานการณ์อีโบลาระบาดในคองโกดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมปีก่อน ผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,800 คน ราวหนึ่งในสามเป็นเด็ก เป็นการระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดรองจากการระบาดช่วงเดือนธันวาคม 2556 ถึงมิถุนายน 2559 ที่มีผู้เสียชีวิตในแอฟริกาตะวันตกหลายประเทศรวมกันไม่ต่ำกว่า 11,000 คน และติดเชื้อกว่า 28,000 คน องค์การอนามัยโลกเพิ่งประกาศเมื่อเดือนก่อนให้การระบาดครั้งนี้เป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก

เมื่อวานนี้รวันดาได้ประกาศปิดพรมแดนเมืองกิเซนีที่อยู่ติดกับเมืองโกมาของคองโก ทำให้ทำเนียบประธานาธิบดีคองโกแถลงประณาม ก่อนแจ้งในอีกหลายชั่วโมงต่อมาว่าพรมแดนด้านรวันดาเปิดตามปกติแล้ว กระทรวงสาธารณสุขรวันดาเพิ่มมาตรการตรวจตราคนข้ามพรมแดนและเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเมืองโกมาหากไม่จำเป็น องค์การอนามัยโลกเตือนประเทศเพื่อนบ้านว่า ไม่ควรปิดพรมแดนแม้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการระบาดในภูมิภาค เพราะการปิดพรมแดนจะทำให้คนหลบเลี่ยงด่านตรวจทางการที่มีจุดล้างมือและตรวจคัดกรองผู้มีไข้หรืออาการของอีโบลา ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดได้